ทำไม เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ควรได้ “บัลลงก์ดอร์”
เชลซี
เมื่อ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เข้าไปเก็บตัวกับแคมป์ทีมชาติฝรั่งเศสในเมืองนีซ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมาพร้อมกับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และ เคิร์ต ซูม่า เพื่อนร่วมทีม เชลซี ของเขานั้น เจ้าตัวก็ได้รับเสียงปรบมือตอนรับจากทุกคนในทัพ “ตราไก่” หลังพา “สิงโตน้ำเงินคราม” คว้าถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปีนี้ไปครองสำเร็จ
นับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา ก็องเต้ ติดทีมชาติฝรั่งเศสไปแล้ว 45 เกม ซัดไป 2 ประตู ซึ่งเจ้าตัวได้รับคำชื่นชมอย่างมากจาก ดิดิเยร์ เดชองส์ กุนซือ “ตราไก่” รวมถึงเพื่อนร่วมทีมที่ยกย่องว่า เขาควรได้รับรางวัล “บัลลงก์ดอร์”
ชิรูด์ เคยให้สัมภาษณ์ยกย่อง ก็องเต้ ว่า “เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมมากๆ มันไม่ใช่แค่การที่เขาวิ่งเยอะในสนาม เขาพยายามเล่นบอลทุกจังหวะ และเอาบอลกลับคืนมา เขาทำทุกอย่างได้สุดยอดมาก และเขาทำให้คุณรู้สึกว่า ทีมเรามีนักเตะ 12 คน”

ตัวเต็ง บัลลังก์ดอร์
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอกทีมชาติโปแลนด์ที่เพิ่งคว้าแชมป์บุนเดสลีกากับ บาเยิร์น มิวนิค, ลิโอเนล เมสซี่ จอมทัพ บาร์เซโลน่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีก ยูเวนตุส และ 2 ตัวรุก ปารีส แซงต์ แชร์กแมงอย่าง เนย์มาร์ และ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ต่างเป็นตัวเต็งในการคว้า บัลลังก์ดอร์
อย่างไรก็ตาม ฟอร์มการเล่นในฤดูกาลนี้ของ ก็องเต้ วัย 30 ปี ก็ไม่ควรถูกมองข้าม โดยนับตั้งแต่ โธมัส ทูเคิ่ล โค้ชชาวเยอรมันเข้ามาคุม เชลซี แทน แฟรงค์ แลมพาร์ด เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้น ก็องเต้ ก็พัฒนาการเล่นของเขาไปอีกระดับ
การทำงานกับ ทูเคิ่ล นั้น ทำให้ ก็องเต้ กลายเป็นมิดฟิลด์ที่สมบูรณ์แบบไม่ว่าจะเป็น การตัดเกม, การทำเกม, การครองบอล และการพาบอลขึ้นไปสร้างสรรค์เกมด้วยตัวเองในหลายๆจังหวะ ซึ่ง ทูเคิ่ล ก็ปล่อยให้ดาวเตะชาวฝรั่งเศสมีอิสระในการเล่นอย่างมาก
ทูเคิ่ล กล่าวยกย่อง ก็องเต้ ว่า “เขาเป็นเหมือนของขวัญของผมกับทีมสตาฟฟ์โค้ช เราไม่สามารถเชื่อในสิ่งที่เขาทำได้เลย เราได้รับข้อมูลของเขาหลังจากจบเกม ซึ่งสถิติต่างๆมันน่าทึ่งมาก รวมถึงสถิติต่างๆในการฝึกซ้อมด้วย เขาน่าเหลือเชื่อจริงๆ”
ขณะที่ ปอล ป็อกบา กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเพื่อนร่วมทีมชาติฝรั่งเศสกล่าวชม ก็องเต้ ว่า “ก็องเต้ มีครบทุกอย่าง เทคนิคของเขาดี จ่ายบอลได้ดี และเขาอยู่ทุกหนทุกแห่งในสนาม เขาวิ่งไปทั่วสนาม และบางครั้งผมยังแซมเขาว่า นายโผล่ขึ้นมาจากสนามได้เหรอ เขาวิ่งไปรับบอลทั่วทุกที่ และการมีผู้เล่นแบบนั้นอยู่เคียงข้างคุณ คุณจะขออะไรอีก”

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ตัวแทนนักสู้
มีอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเมื่อพูดถึง ก็องเต้ และนั่นคือวิธีที่เขาแสดงออกมาถึงการเป็นตัวแทนของชัยชนะซึ่งสำหรับผู้เล่นปกติ บัลลังก์ดอร์ จะเป็นของผู้เล่นซุปเปอร์สตาร์ทั่วไป แต่ตอนนี้ ก็องเต้ พิสูจน์ให้เห็นว่า ฟุตบอลไม่ได้เกี่ยวกับการยิงประตูเท่านั้น เพราะเขาเสียสละตัวเองเพื่อทีม
นอกจากนี้ ก็องเต้ ยังเป็นตัวแทนของบรรดาผู้ที่ต้องต่อสู้เพื่อทุกสิ่งทุกอย่างด้วย เพราะเขาเพิ่งได้ลงเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกในวัย 22 ปี กับทีมระดับดิวิชั่น 3 ของฝรั่งเศ แต่ตอนนี้ในวัย 30 ปี เขาคว้าแชมป์มาครองได้แทบทุกรายการแล้ว
หากดูสถิติจากช่วงที่ผ่านมาไม่มีมิดฟิลด์ตัวรับตัวคนใดที่เคยได้รับรางวัล บัลลังก์ดอร์ โดยผู้เล่นแนวรับคนล่าสุดที่เคยได้รางวัลก็คือ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ กองหลังทีมชาติอิตาลีในปี 2006 และอีกคนคือ โลธาร์ มัทเธอุส แนวรับทีมชาติเยอรมันที่คว้ารางวัลในปี 1990
ลูก้า โมดริช ผู้คว้ารางวัลในปี 2018 นั้นเล่นในตำแหน่ง เพลย์เมคเกอร์ โดยเขาพาทีมชาติโครเอเชียเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศแต่พ่ายให้กับ ฝรั่งเศส และพาต้นสังกัดอย่าง เรอัล มาดริด คว้าถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

นักเตะผู้ถ่อมตน
ก็องเต้ เป็นคนที่ขี้อายมากๆ เขาแทบไม่ได้พูดในสนามเลย โดย ริยาด มาห์เรซ อดีตเพื่อนร่วมทีม เลสเตอร์ ซิตี้ เล่าว่า “ตอนเราอยู่ที่ เลสเตอร์ ด้วยกัน ผมรู้ว่า ตัวเองไม่จำเป็นต้องลงไปตั้งรับ เพราะ ก็องเต้ อยู่ข้างหลังผมแน่ๆ และเขาจะปักหลักหน้าแนวรับได้แบบสบายๆ เขาแทบไม่พูดเลย เขาขี้อายมาก แต่มีอยู่เกมหนึ่งผมได้ยินเขาบอกว่า เฮ้ ริยาด ช่วยกรุณาลงมาเล่นเกมรับหน่อยได้ไหม”
นอกสนามมันค่อนข้างแตกต่างอย่างที่ ป็อกบา อธิบายว่า “เขาขี้โกงมากๆ ทั้งสนการเล่นไพ่ และหมากฮอส ผมพูดความจริงว่า เขาโกง เขาบอกว่า เขาไม่โกง แต่เขาทำได้เนียนมากๆ เขาใช้ไหวพริบ เขาเป็นคนฉลาด แต่ไม่เป็นไรหรอก ทุกคนรักเขา เขาเป็นนักเตะที่น่ารักที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล คุณต้องรักเขา แน่ๆ มันเป็นไปไม่ได้ เขาเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ใจดี เป็นมืออาชีพ เขาจะไม่บ่น เขาจะทำงานหนัก”
ทั้งหมดทุกอย่างที่กล่าวมาเกี่ยวกับ ก็องเต้ นั้น เราสามารถบอกได้เลยว่า นักเตะคนนี้สมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับรางวัล บัลลังก์ดอร์ สักครั้งในอาชีพนักฟุตบอล